2005/Dec/06

"Train yourself to let go of everything you fear to lose"
(ฝึกตัวเองให้ปล่อยวาง... จากทุกสิ่งที่กลัวจะสูญเสีย)
- Master Yoda -

ผมไม่รู้ว่าอาจารย์โยดานับถือศาสนาหรือลัทธิใด ไม่มั่นใจว่ามีกี่ศาสนาที่สอนให้คนเรารู้จักการ "ปล่อยวาง"
ผมรู้แค่ว่าศาสนาพุทธสอนเช่นนั้น และผมก็เชื่อเช่นนั้น หวังว่าสักวันถ้าทำได้... คงจะสุขกว่านี้...
นี่อาจเป็นประโยคที่ผมศรัทธาที่สุด อาจเป็นจุดเปลี่ยนของบางอย่างได้ กระทั่งวิถีชีวิต...

ไม่ได้ติดตาม Star Wars เท่าไรหรอกครับ แต่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าภาคนี้มีอะไรดึงดูดให้ต้องดู
อาจเป็นเพราะอยากหาสาเหตุของ "การเปลี่ยนแปลง" ล่ะมั้งครับ...?

การเปลี่ยนแปลงของคนๆหนึ่ง สาเหตุมาจาก "ยึดติด" ในสิ่งหนึ่งมากเกินไป จนวางมันลงไม่ได้...
ต้องทำร้ายผู้อื่น สาเหตุเพียงเพื่อ "คนรัก" ... แม้ว่าท่านผู้นั้นจะเป็นผู้มีพระคุณของตัวเอง...
เข้าสู่วิถีด้านมืด สาเหตุเพราะต้องการ "ฝืนกฎธรรมชาติ" ... แม้รู้ว่ามันไม่สมควร และหาใช่วิถีแห่งเจได...

อนาคินไม่ผิดที่มีความรัก แต่สิ่งที่เขาทำเป็นการละเมิดกฏของเหล่าอัศวินเจได (คงคล้ายๆของพระสงฆ์ครับ)
ความรักก่อเกิดสรรพสิ่ง ทำให้โลกสดใสและมีชีวิตชีวา เป็นพลังของใครต่อใครหลายคน...ที่เข้าใจมัน และ "รักเป็น"
หากเปรียบความรักเฉกเช่นไลท์เซเบอร์ มันคงพร้อมจะปกป้องผู้อื่นได้เสมอ แม้ในยามคับขัน แต่ในทางตรงกันข้าม มันก็พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งให้พินาศลงในพริบตาด้วยเช่นกัน...

...ความตายคือสิ่งที่จะมาเยือนมนุษย์ทุกผู้ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่อนาคินก็ไม่สามารถผ่านมันไปได้ ในยามที่แพดเม่(คนรักของอนาคิน)ได้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ เขาฝันเห็นความตายที่จะมาเยือนคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อนาคินมิอาจทำใจยอมรับความสูญเสียครั้งนี้ หนทางใดที่จะยืดเวลาของแม่ลูกเอาไว้ได้ หรือว่าต้องพึ่งศาสตร์ด้านมืด ที่เจไดมิควรยุ่งเกี่ยว!?

"ความรักทำให้คนตาบอด" จนบางทีแยกไม่ออกว่านั่นคือ "รัก" หรือ "หลง"* กันแน่
สมุหนายกพัลพาทีนที่หวังปลุกพลังด้านมืดในตัวอนาคินอยู่แล้ว จึงถือโอกาสหว่านล้อมเขา โดยเอาชีวิตของแพดเม่เป็นเหยื่อล่อ...

อนาคินสับสนว่าควรทำเช่นไร แม้ตอนนี้เขารู้แล้วว่า "สมุหนายกพัลพาทีน" แท้จริงคือ "ดาร์ธซีเดียส" หรือซิธลอร์ดนั่นเอง!
เจไดหนุ่มรีบแจ้งเรื่องนี้ต่อมาสเตอร์วินดูทันที... แต่ไม่นาน เขาเริ่มคิดว่าตัวเองคิดผิด เพราะหากซิธลอร์ดตายไป แล้วใครเล่าจะช่วยแพดเม่ได้?

"ความกลัว" ต่อความสูญเสีย ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าของอัศวินเจได...

วินาทีที่มาสเตอร์วินดูจะสังหารซิธลอร์ด อนาคินก็เข้ามาห้ามไว้พร้อมกับบอกว่า "การกระทำเช่นนี้มิใช่วิถีแห่งเจได" (เจไดจะไม่ทำร้ายผู้ที่หมดหนทางต่อสู้แล้ว)
แต่มาสเตอร์วินดูยังต้องการจบชีวิตซิธลอร์ด อนาคินทนไม่ได้จึงเข้าไปฟันแขนของมาสเตอร์วินดูขาดสะบั้น
จังหวะนั้นเอง ซิธลอร์ดฉวยโอกาสใช้พลังเฮือกสุดท้ายจัดการมาสเตอร์วินดูจนลอยหายไป...

อนาคินก้าวสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว และได้เป็นศิษย์ของดาร์ธซีเดียส โดยได้ชื่อใหม่ว่า... "ดาร์ธเวเดอร์"
เขาเดินทางสู่วิหารเจไดตามคำสั่งของดาร์ธซีเดียส และสังหารเจไดทั้งหมด แม้กระทั่งเจไดฝึกหัดตัวน้อยๆ...

สุดท้ายต้องเข้าห้ำหั่นกับโอบี-วัน ผู้ฟูมฟักเลี้ยงดูและเสี้ยมสอนวิชามาตั้งแต่เด็ก... อาจารย์ของตนเอง...

(จากนี้ผมไม่ขอเล่าต่อนะครับ หามารับชมกันเองดีกว่าครับ ^^")

ทั้งหมดนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของคนรักน่ะหรือ?
ชีวิตผู้อื่นสังเวยกับพลังด้านมืดมันสมควรแล้วใช่ไหม?

ความกลัวทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ ดิ้นรนเพื่อตัวเอง หาความสุขความสบายใส่ตนเอง...
ที่สุดแล้ว เราควรเรียกมันว่า "สันชาตญาณ" ของสิ่งมีชีวิต หรือ "สันดาน" ของมนุษย์กันแน่ครับ...? (ขออภัยที่ใช้คำหยาบครับ T_T)

- เสริมนิดนึงครับ -
ปล. * ผมเองไม่มั่นใจนัก แต่คิดว่า "หลง" สำหรับผมมักมีความรู้สึกที่ว่า "ทำไมแฟนเราไม่สวย/น่ารักเหมือนคนอื่นเลย?"
เพราะยึดติดไปว่าคนที่เราอยากเป็นแฟนด้วย คือคนที่สามารถควงได้โดยไม่น้อยหน้าใคร ทั้งที่ในความรู้สึก มันอาจไม่มีอะไรเลยนอกจาก "ไม่อยากด้อยกว่าคนอื่น/ต้องการอยู่เหนือผู้อื่น"

ลองถามใจตัวเองดูสิครับ ว่าวันนี้เรามีคนที่รักอย่างสุดหัวใจ หรือหลงหัวปักหัวปำกันแน่...


Capcom Sound Team (Rockman 6) - 346 - Dr.Wily Stage
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อือ มีสาระดีขอรับ^^b
#1  by  saya chan At 2006-04-03 18:10, 
ชักรู้สึกว่าพี่อาซาธรรมะธรรมโมขึ้นทุกวัน

พี่จพบวชเมื่อไร่อย่าลืมบอกนะค่ะ จะตามไปดู ;P
#2  by  [Joki B. Dew] At 2006-04-03 18:51, 
ใกล้บวชแล้วสินะครับ = = แต่เป็นผมก็แยกไม่ออกนะว่าไหนรักไหนหลง แต่ก็นะ นี้เหมือนโฆษณาหนังเลยนะครับ = =
#3  by  ลูกมี๋ตัวเติบ At 2006-04-03 18:52, 
พอดีว่าดู star wars ไม่รู้เรื่อง
เลยทำให้มึนนิดๆไปด้วย ฮือๆ
คำว่าหลงของเราจะออกในแนวผูกมัด หรือต้องการให้อีกฝ่ายเป็นอย่างที่เราต้องการ ซึ่งความรักก็คือการปราถนาดี/การให้โดยไม่จำเป็นต้องหวังผลตอบแทน จะออกแนวเป็น brotherly love มากกว่า
#4  by  * Cygnu$ * At 2006-04-03 19:08, 
ธรรมะธัมโม............. สาธุ....... อีก 1 ปี ป๋าเตรียมบวชครับ -__-
#5  by  大神 翔 At 2006-04-03 20:22, 
เตรียมอุโมทนา -/\- สาธู้ววว
บลอคอาซาช่างมีสาระจริงๆ - -b อ่านแล้วเหมือนอ่านหนังสือธรรมะเลยครับ :P แวะมาเยี่ยมเน้อ ^^/
#6  by  FURA At 2006-04-03 20:33, 
อ่า....
พี่อาซาธรรมะขึ้นนะคะ^-^
#7  by  [[*-- Horoshi --*]] At 2006-04-04 09:48, 
อัพบลอคซักทีนะน้องชาย ToT (ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง)
รักกับหลงนี่ บางทีมันก็แยกยากนะ โดยเฉพาะความรักแบบหนุ่มสาว (อาจจะมีหนุ่ม-หนุ่ม รึสาว-สาวบ้างก็ไม่ว่ากัน 555+)
ต้องเจอกับตัวเองซะก่อนถึงจะรู้(ซึ้ง)ครับ
ว่าแต่... ตอนนี้เจ้าของบลอคกำลัง "หลงรัก" ใครอยู่รึป่าวนะ หึหึ
(แอบแซวก่อนที่จะชิ่ง)
#8  by  Oni : Hazard At 2006-04-10 22:52, 
=w= สาธุ~ พี่อาซาไกล้บรรลุแล้วสินะ
#9  by  นู๋เงือกบอมบาเย่ (202.28.179.1 /10.34.11.14) At 2006-04-20 09:56, 
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวที่สอนให้รู้จักกับอัตตา (เรียนมาจากดาว้องส์)

แต่ว่าสตาร์วอร์นี่ เมื่อตอนม.ต้น โดนเพื่อนบังคับให้ดู

แปลว่าข้าน้อยก็ยังยึดติดไม่ปล่อยวางอยู่สินะ งึมๆๆ
ก็ดูอย่างจำใจ ภาคที่อนาคินเป็นเด็กน้อยใสกิ๊ก
แต่พอภาคที่โตแล้วก็ไม่ดูอีก เพราะไม่หล่อ *-*

#10  by  nu_.-*-*-._nu At 2006-05-22 21:05, 
Hello! Good Site! Thanks you! mmirmuxqrqq
#11  by  xqqhdqburr (217.159.190.94) At 2008-01-28 10:54, 

<< Home


AsakuraXIII
View full profile