สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกาย ชีวิต จิตใจ และส่วนหนึ่งของมันคือสิ่งที่เรียกว่า "หน้ากาก"
เป็นเรื่องปกติของคนเราที่ต้องสวมใส่มันในการดำเนินชีวิต ...วันแล้ววันเล่า
รูปร่าง, สีสัน, ลวดลาย และขนาดแตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีความลึกล้ำซ่อนอยู่
ไม่ว่า "ภายนอก" จะเป็นเช่นไร สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "ภายใน"
เพราะมีเปลือกปกปิดไว้ จึงมิอาจรู้ได้ว่าข้างในเป็นอย่างไร
คงมีเพียงแต่ "คนพิเศษ" เท่านั้น ที่จะหยั่งรู้ได้
ส่วนผู้เป็น "คนอื่น" คงชื่นชมและสรรเสริญ "เปลือก" นั้นอย่างหมดหัวใจ
ปฏิเสธไม่ลงว่าคนเราให้ความสำคัญกับภายนอกมากกว่า
ยกย่องความสำเร็จ เทิดทูนเงินตรา ใฝ่หาอำนาจอย่างบ้าคลั่ง
เหตุผลเพียงแค่ต้องการเป็นที่หนึ่ง หากสูงกว่าผู้อื่นแล้วจะมีความสุข
แต่ "สวรรค์" ที่อยู่บนนั้นจะเป็นเหมือนที่จินตนาการไว้หรือไม่ ยากที่จะให้คำตอบ
บ่อยครั้งที่เห็น "เทวดา" ลงมาจากฟากฟ้า คล้ายกับจะหยิบยื่นความสุขให้ แต่แล้ว...
ร่างเริ่มเปลี่ยนสี ชี้ให้เห็นธาตุแท้ แต่น้อยนักที่จะกลับลงไปสู่เบื้องล่าง
"นรกอเวจี" คงเป็นที่ที่ "แพะ" ต้องยอมไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในเมื่อ "นางฟ้า" ในร่าง "มารจำแลง" ได้มาอยู่บนเส้นคั่นระหว่างสองโลกนี้
"โลกภูมิ" คงมิใช่ที่อาศัยของคน และต้องเลือกว่าจะเป็น "แพะ" หรือ "คนเลี้ยงแพะ"
หากเปรียบเทพยดาเป็น "สีขาว" ปิศาจคงเป็น "สีดำ"
ตราบเท่าที่ยังเป็นคน เราคงมี "สีเทา" อยู่เสมอ ไม่อาจจะเปลี่ยนได้
ที่เปลี่ยนคือ "เปลือก" เท่านั้น...
เพื่อให้ดูสง่ามีราศีและอ้างเหตุผลว่ากำจัดสิ่งเลวร้ายเช่นสีดำ คงเลือก "สีขาว" แล้วหลอกตัวเองว่าเป็น "คนดี"
เพื่อประชดชีวิตนี้หรืออาจจะถูกข่มเหงจากสีขาว อาจเลือก "สีดำ" แล้วแสดงสันชาตญาณดิบให้เป็น "คนไม่ดี"
ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ทุกวันๆ ยังคงมีภาพแบบนี้วนเวียนในสังคมของเรา
ทุกคนใส่ "หน้ากาก" เข้าหากัน ปกปิดธาตุที่แท้จริง แล้วใส่ความผู้อื่นว่าไม่ดี ทั้งที่เราต่างก็เหมือนกัน
การตัดสินผู้อื่นว่าเป็นอย่างไรตามใจชอบนั้น ย่อมหมายถึงการดูถูกตัวเองอย่างที่สุด
หากแต่การกระทำนั้น เป็นเพียงการยกเปลือกของเขาผู้นั้นให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และแน่นอนว่านั่นเป็นการฉุดเนื้อในของเขาให้ตกลงสู่ห้วงอเวจีด้วยเช่นกัน
กว่าจะรู้สึกตัว ทั้งร่างและจิตใจของเขาก็คงแยกส่วนไปในต่างภพเสียแล้ว
คงเหลือไว้แต่ "วิญญาณ" เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกแห่งอภิมหามายา...ใบนี้
จนที่สุดต้องตั้งคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า "ดี" หรือ "ไม่ดี"?
การกระทำที่เราคิดว่า "ดี" อาจจะ "ไม่ดี" ในสังคมอื่น
หากเป็นเช่นนั้น เราก็ต่างก็ทำทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีไปพร้อมๆกันใช่ไหม?
นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนเป็น "สีเทา" จากสิ่งที่เรียกว่า "จิตใจ"
บทที่ 4.5: บทพิเศษ
จะว่าไปก็คงไม่ใช่บทพิเศษอะไร... คงเป็นช่วงเขียนไดอารี่จริงๆมากกว่า
เป็นเรื่องที่จะไม่มีวันลืมเลย กับงานบูมปีนี้ และเมื่อสองวันที่ผ่านมา...
กับเรื่องที่ไม่แปลกใจนักเมื่อเจอ เพราะเข้าใจตัวเองพอสมควร...
...Japanese Festival : ระหว่างที่มีการแสดง จำไม่ได้ว่าช่วงนั้นเป็นอะไร
รู้แต่ว่าไปหาที่นั่งแถวๆเก้าอี้ที่เขาจัดไว้ให้ ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาของฟรี แต่มันบังเอิญมากกว่า
"ชาเขียวแจกฟรี" !? ช่างเป็นเรื่องโชคดีจริงๆ ...แต่เอ ทำไมไม่มาแจกผมสักที?
ครั้นจะเดินไปขอก็กระไรอยู่ เอาเถอะนะ รอไปก่อน เขาแจกมาเก้าอี้ตัวหน้าๆเราแล้วนี่นา...
...ผ่านไปแล้วก็ผ่านมา หนุ่มสาวข้างหน้าได้รับชาเขียวเย็นฉ่ำกันหมด แล้วผมล่ะ!?
ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน มันอาจจะหมดก็ได้...
...ในที่สุดความหวังก็ลอยมาอีกครั้ง แต่...เฮ้ย เลยผมไปได้ไงครับพี่!! ผมยังไม่ได้นะ T_T
อดทนต่อไปจนถึงยามเย็น คอสเพลย์ผ่านไป คอนเสิร์ตเข้ามา เยี่ยมไปเลย!! ชาเขียวแจกอีกแล้ว!
มองมาทางผมสิครับพี่ ผมอยู่นี่ไง ยังไม่ได้เลยนะคร้าบ... อา... ผมอดอีกแล้วใช่มั้ยครับ?
แต่ได้แจ็คพ็อตแทน มีสาวๆมาแจกอะไรสักอย่าง... เฮ้ย อ้าว ทำไมเดินหนีผมล่ะครับ!? O_O!?
ทำไมให้พี่ผู้ชายคนนี้มาแจกผมล่ะ? นี่ครับน้อง มาเที่ยวเดียวนะครับ ไปดูให้ได้นะครับ
หือ...? มันคืออะไร? อ้อ... วง GoodCharlotte ...
ดูไปดูมาทำให้คิดได้... อ้อ ผมเหมาะกับของแบบนี้ใช่ไหมครับ?
สรุปแล้วอดทุกอย่าง ได้มาอย่างเดียวคือใบโฆษณานั่นแหละครับ
...ศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2548 : ไปส่งเพื่อนครับ แม่เขาเลยพาไปเลี้ยงข้าวกัน ก็ขึ้นรถพี่คนนึงตามไป
คนคอยดูแลที่จอดรถโบกมือให้ไปหลังร้าน เฮ้อ ลงจากรถสักที อากาศที่นี่ทำให้ทรมานจริงๆเลย
แต่แล้ว... "พี่ครับ มีคัตเตอร์หรือของมีคมอะไรเอาไว้ในรถให้หมดนะครับ อย่าเอาเข้าไป" O_O!!
โห... เพื่อนผมมากันตั้งหลายคนนะครับพี่ ทำไมมาถามผมคนเดียว!?
...นี่คงเป็นเหตุผลที่เพื่อนชอบให้ผมเดินคุ้มกัน... เข้าใจชัดขึ้นอีกแล้วครับ...
...ที่เขาว่ามี "หน้าตาเป็นอาวุธ" มันคือแบบนี้นี่เอง...
Basilisk ~Kouga Ninpou Chou~ - Mizuki Nana - WILD EYES
แต่เท่าที่อ่านๆมา ผมชอบอันนี้ที่สุดอ่า
ไม่รู้ทำไม เพราะมันเหมือนชีวิตผมมั้ง (แหะๆ)
โดนทิ้งให้อยู่คนเดียวบ่อยๆซะด้วยซ้ำไปอ่า T^T เคยอุต่สาห์มองหน้า...เหมือนกับบอกพวกนั้นว่า "คุยกะเราบ้างดิ" คุยทีเหมือนไม่เต็มใจจะคุย แต่ไม่อยากพูดอะ -_- ถือว่า แล้วไปละกัน...